ฟันปลอมแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ฟันปลอมแบบถอดได้ และฟันปลอมแบบติดแน่น โดยแต่ละกลุ่ม ยังแบ่งออกเป็นหลายประเภทย่อย เช่น ฟันปลอมถอดได้บางส่วน ฟันปลอมทั้งปาก สะพานฟัน และฟันที่ยึดกับรากฟันเทียม การเลือกประเภทที่เหมาะสม จึงต้องพิจารณา ทั้งจำนวนฟันที่สูญเสีย สภาพเหงือก ปริมาณกระดูกขากรรไกร ความสะดวก ในการดูแล และงบประมาณร่วมกัน
ฟันปลอม ไม่ได้มีหน้าที่เพียง เติมช่องว่าง ให้รอยยิ้มดูสมบูรณ์ขึ้น แต่ยังช่วยให้บดเคี้ยวอาหาร ออกเสียง และใช้ชีวิตประจำวัน ได้สะดวกกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ฟันปลอมแต่ละแบบ ให้ความรู้สึกขณะใช้งาน ความแข็งแรง ขั้นตอนการรักษา และค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน จึงควรทำความเข้าใจตัวเลือก แต่ละประเภท ก่อนตัดสินใจ
ฟันปลอม คืออะไร และช่วยแก้ปัญหา อะไรได้บ้าง
ฟันปลอม คืออุปกรณ์ทางทันตกรรม ที่ใช้ทดแทนฟันธรรมชาติ ซึ่งสูญเสียไป อาจใช้ทดแทนเพียงหนึ่งซี่ หลายซี่ หรือทุกซี่ ในช่องปากก็ได้ รูปแบบของฟันปลอม จะถูกออกแบบ ให้เหมาะกับตำแหน่งฟัน ที่หายไป สภาพของฟัน ซี่ที่เหลือ เหงือก และโครงสร้าง กระดูกขากรรไกร ของแต่ละบุคคล
การปล่อยช่องว่าง จากการสูญเสียฟันไว้นาน อาจส่งผลต่อการใช้งาน ภายในช่องปาก ฟันข้างเคียงอาจค่อยๆ ล้มเอียง หรือเคลื่อนเข้าสู่ช่องว่าง ทำให้การสบฟัน เปลี่ยนไป และทำความสะอาดได้ยากขึ้น โดยเฉพาะ เมื่อสูญเสียฟันกราม ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการบดเคี้ยว
ฟันปลอมที่ได้รับการออกแบบ และปรับให้เหมาะสม สามารถช่วยในด้านต่าง ๆ ได้แก่
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการกัด และบดเคี้ยวอาหาร
- เติมช่องว่างระหว่างฟัน ให้รอยยิ้ม ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ช่วยพยุงริมฝีปาก และแก้ม ในกรณี ที่สูญเสียฟันหลายซี่
- ช่วยให้ออกเสียง คำบางคำ ได้ชัดเจนขึ้น
- ช่วยกระจายแรงบดเคี้ยว ให้สมดุลกว่าเดิม
- ลดโอกาส ที่ฟันข้างเคียง จะเคลื่อนเข้าสู่ช่องว่าง
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ และความรู้สึก ขณะใช้งาน จะแตกต่างกัน ตามประเภทของฟันปลอม การเลือกจึงไม่ควรดูเฉพาะความสวยงาม หรือราคาเพียงอย่างเดียว
ฟันปลอมมีกี่แบบ แบ่งตามลักษณะ การใช้งานอย่างไร
หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ฟันปลอมสามารถแบ่งเป็น ฟันปลอมแบบถอดได้ และ ฟันปลอมแบบติดแน่น ทั้งสองกลุ่ม มีจุดเด่น และข้อจำกัดแตกต่างกัน รวมถึงมีประเภทย่อย ที่เหมาะกับสภาพช่องปาก ไม่เหมือนกัน
1. ฟันปลอมแบบถอดได้
ฟันปลอมแบบถอดได้ เป็นฟันปลอม ที่ผู้ใช้งาน สามารถถอดออก และใส่กลับเข้าไปได้ ด้วยตนเอง จึงสะดวก ต่อการนำออกมาทำความสะอาด เหมาะกับผู้ที่สูญเสียฟัน ตั้งแต่หนึ่งซี่ ไปจนถึงทุกซี่ ในช่องปาก
ฟันปลอมแบบถอดได้ ยังแบ่งออกได้หลายประเภท ตามจำนวนฟัน ที่สูญเสีย และวัสดุ ที่ใช้ทำฐานฟันปลอม
ฟันปลอมถอดได้บางส่วน
ใช้ในกรณี ที่ยังมีฟันธรรมชาติ เหลืออยู่บางซี่ ตัวฟันปลอม จะเติมช่องว่าง บริเวณที่ฟันหายไป และอาศัยฟันธรรมชาติ หรือโครงสร้างภายในช่องปาก ช่วยยึด ให้อยู่ในตำแหน่ง
จุดเด่นของฟันปลอมประเภทนี้ คือสามารถทดแทนฟัน หลายตำแหน่งได้ ภายในชิ้นเดียว และมักใช้เวลา ในการรักษา น้อยกว่าการทำฟัน แบบติดแน่น บางประเภท แต่ผู้ใช้งาน ต้องถอดออกมาทำความสะอาด อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอาจต้องใช้เวลา ปรับตัว ในช่วงแรก
ฟันปลอมถอดได้ทั้งปาก
ใช้สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันธรรมชาติ ทั้งหมด ในขากรรไกรบน ขากรรไกรล่าง หรือทั้งสองขากรรไกร ตัวฟันปลอม จะวางอยู่บนสันเหงือก และอาศัยรูปทรงของฐานฟันปลอม กล้ามเนื้อรอบช่องปาก และแรงยึดตามธรรมชาติ ช่วยให้ฟันปลอมอยู่ในตำแหน่ง
การทำฟันปลอมทั้งปาก ต้องให้ความสำคัญกับหลายส่วน เช่น
- ระดับการสบฟัน
- ความสูงของใบหน้า ขณะกัดฟัน
- ตำแหน่งริมฝีปาก
- รูปร่าง และสีของฟัน
- ความสมดุล ขณะบดเคี้ยว
- ความกระชับ ของฐานฟันปลอม
หลังใส่ฟันปลอม อาจต้องนัดปรับแต่ง เพิ่มเติม เนื่องจากบางตำแหน่ง อาจกดเหงือก หรือทำให้รู้สึกไม่สบาย ในช่วงเริ่มต้น
ฟันปลอมฐานอะคริลิก
เป็นฟันปลอม ที่ใช้วัสดุอะคริลิก เป็นส่วนประกอบหลักของฐาน มีสีใกล้เคียงกับเหงือก สามารถปรับแต่ง หรือเติมฟัน เพิ่มเติมได้ ในบางกรณี และมักมีค่าใช้จ่าย เข้าถึงง่ายกว่า ฟันปลอมฐานโลหะ
ข้อจำกัดคือ ฐานฟันปลอม อาจต้องมีความหนาพอสมควร เพื่อให้แข็งแรง ทำให้บางคน รู้สึกว่า มีสิ่งแปลกปลอม ในช่องปากมาก ในช่วงแรก หากเกิดการตกกระแทก หรือใช้งานไม่เหมาะสม ก็อาจแตกหักได้
ฟันปลอมฐานโลหะ
ฟันปลอมฐานโลหะ มีโครงสร้างบาง และแข็งแรง กว่าฐานอะคริลิกทั่วไป จึงให้ความรู้สึกเทอะทะน้อยลง ในหลายกรณี สามารถออกแบบส่วนยึดเกาะ กับฟันธรรมชาติ ให้มีประสิทธิภาพ และช่วยกระจายแรงบดเคี้ยวได้ดี
เนื่องจากต้องออกแบบ ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งฟัน ที่เหลืออยู่ จึงต้องประเมินความแข็งแรง ของฟันธรรมชาติ และสภาพเหงือก อย่างละเอียด ก่อนทำ
ฟันปลอมแบบยืดหยุ่น
ฟันปลอมชนิดนี้ ใช้วัสดุ ที่มีความยืดหยุ่น มากกว่าฐานอะคริลิกทั่วไป ส่วนที่ใช้ยึดกับฟัน อาจมีสีใกล้เคียงกับเหงือก จึงมองเห็นตะขอได้น้อยกว่า ในบางตำแหน่ง
แม้ว่าจะมีจุดเด่น ด้านความยืดหยุ่น และรูปลักษณ์ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกกรณี การซ่อมแซม หรือปรับแต่ง อาจมีข้อจำกัด มากกว่าวัสดุบางชนิด และต้องพิจารณา แรงบดเคี้ยวร่วมด้วย
ฟันปลอมถอดได้ ที่มีรากฟันเทียม ช่วยยึด
เป็นฟันปลอม ที่ยังสามารถถอดออกมา ทำความสะอาดได้ แต่มีรากฟันเทียม ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ ฟันปลอมจึงเคลื่อนตัวน้อยลง ขณะพูด หรือบดเคี้ยว โดยเฉพาะฟันปลอม ทั้งปาก ในขากรรไกรล่าง ซึ่งมักมีพื้นที่ยึดเกาะจำกัด
จำนวน และตำแหน่งของรากฟันเทียม ต้องพิจารณาจากปริมาณกระดูก สุขภาพช่องปาก แรงบดเคี้ยว และแผนการออกแบบฟันปลอม โดยรวม
2. ฟันปลอมแบบติดแน่น
ฟันปลอมแบบติดแน่น คือฟันทดแทน ที่ถูกยึดให้อยู่ในช่องปาก ผู้ใช้งานไม่สามารถถอดออกเอง ในชีวิตประจำวันได้ การใช้งาน จึงให้ความรู้สึก ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ มากกว่าฟันปลอมถอดได้ ในหลายกรณี
ฟันปลอมแบบติดแน่น ที่พบได้บ่อย มีดังนี้
สะพานฟัน
สะพานฟัน ใช้ทดแทนฟัน ที่สูญเสียไปหนึ่งซี่ หรือหลายซี่ ที่อยู่ติดกัน โดยอาศัยฟันธรรมชาติ บริเวณด้านข้างของช่องว่าง เป็นหลักยึด ฟันทดแทนบริเวณตรงกลาง จะเชื่อมต่อกับครอบฟันด้านข้าง เป็นชิ้นเดียวกัน
ก่อนทำสะพานฟัน ต้องประเมินว่า ฟันหลักยึด มีความแข็งแรง เพียงพอ หรือไม่ รวมถึงต้องเตรียมผิวฟันบางส่วน เพื่อให้สามารถใส่ครอบฟันได้ หลังทำเสร็จ ต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด ใต้ฟันทดแทน เพราะเศษอาหาร และคราบจุลินทรีย์ สามารถสะสมบริเวณนี้ได้
ฟันบนรากฟันเทียม
รากฟันเทียม ทำหน้าที่ทดแทน ส่วนรากของฟัน โดยติดตั้งอยู่ในกระดูกขากรรไกร จากนั้นจึงเชื่อมต่อกับครอบฟันด้านบน วิธีนี้ สามารถทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยไม่จำเป็น ต้องใช้ฟันข้างเคียง เป็นหลักยึด
การทำฟันบนรากฟันเทียม ต้องประเมินปริมาณ และคุณภาพของกระดูก สุขภาพเหงือก โรคประจำตัว พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และความพร้อม ในการดูแลรักษา หลังทำ ไม่ใช่ทุกกรณี ที่จะสามารถติดตั้งรากฟันเทียมได้ ทันที
ฟันติดแน่นหลายซี่ บนรากฟันเทียม
กรณีสูญเสียฟันหลายซี่ หรือทั้งปาก อาจใช้รากฟันเทียมหลายตำแหน่ง เพื่อรองรับฟันติดแน่นชุดเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องฝังรากฟันเทียมหนึ่งตัว ต่อฟันทุกซี่เสมอไป จำนวนที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง กระดูกขากรรไกร รูปแบบการสบฟัน และแผนการกระจายแรง
ฟันประเภทนี้ ให้ความมั่นคงสูง และไม่ต้องถอดเข้าออก ในชีวิตประจำวัน แต่ขั้นตอนการรักษา มีความซับซ้อนมากขึ้น ต้องใช้เวลาในการวางแผน และมีค่าใช้จ่ายสูง กว่าฟันปลอมถอดได้ทั่วไป
เปรียบเทียบข้อดี และข้อจำกัดของฟันปลอม แต่ละแบบ
ฟันปลอม แต่ละประเภท เหมาะกับความต้องการต่างกัน การเปรียบเทียบเบื้องต้น จะช่วยให้เห็นภาพว่า ตัวเลือกใด อาจสอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน และงบประมาณมากกว่า
| ฟันปลอมถอดได้ ฐานอะคริลิก | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ถอดออกได้ |
| จุดเด่น | ค่าใช้จ่ายเข้าถึงง่าย ปรับแต่งได้ ในบางกรณี |
| ข้อควรพิจารณา | ฐานอาจหนา ต้องใช้เวลาปรับตัว |
| ฟันปลอมถอดได้ ฐานโลหะ | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ถอดออกได้ |
| จุดเด่น | แข็งแรง ฐานบาง กระจายแรงได้ดี |
| ข้อควรพิจารณา | ค่าใช้จ่ายสูงกว่า ฐานอะคริลิก |
| ฟันปลอม แบบยืดหยุ่น | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ถอดออกได้ |
| จุดเด่น | ส่วนยึดเกาะมองเห็นน้อย ยืดหยุ่น |
| ข้อควรพิจารณา | ปรับแต่ง และซ่อมแซมได้จำกัด ในบางกรณี |
| ฟันปลอม ทั้งปาก | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ถอดออกได้ |
| จุดเด่น | ทดแทนฟันได้ ทั้งขากรรไกร |
| ข้อควรพิจารณา | ความกระชับ ขึ้นอยู่กับสันเหงือก และรูปทรงช่องปาก |
| สะพานฟัน | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ติดแน่น |
| จุดเด่น | ไม่ต้องถอดเข้าออก ใช้งานสะดวก |
| ข้อควรพิจารณา | ต้องใช้ฟันข้างเคียง เป็นหลักยึด |
| ฟันบนรากฟันเทียม | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ติดแน่น |
| จุดเด่น | มั่นคง ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง ในหลายกรณี |
| ข้อควรพิจารณา | ต้องประเมินกระดูก และมีขั้นตอนการรักษามากขึ้น |
| ฟันปลอมที่มีรากเทียมช่วยยึด | |
|---|---|
| ลักษณะการใช้งาน | ถอดออกได้ แต่มีตัวยึด |
| จุดเด่น | เคลื่อนตัวน้อยกว่า ฟันปลอมทั่วไป |
| ข้อควรพิจารณา | ต้องดูแล ทั้งฟันปลอม และรอบรากเทียม |
จากตารางจะเห็นว่า ฟันปลอมแบบถอดได้ มักมีขั้นตอนการรักษา ไม่ซับซ้อน เท่าฟันติดแน่น และสามารถถอดออกมา ทำความสะอาดได้ง่าย แต่ต้องยอมรับ เรื่องการเคลื่อนตัว หรือความรู้สึกเทอะทะ ในบางกรณี
ส่วนฟันปลอมแบบติดแน่น ให้ความรู้สึก ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ และไม่ต้องถอดเข้าออก แต่ต้องดูแลบริเวณใต้สะพานฟัน หรือรอบรากฟันเทียม อย่างละเอียด รวมถึง อาจมีขั้นตอน และค่าใช้จ่ายสูงกว่า
จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า ฟันปลอมประเภทใด ดี ที่สุด สำหรับทุกคน เพราะตัวเลือก ที่เหมาะสม ต้องสอดคล้องกับสภาพช่องปาก และข้อจำกัด ของแต่ละบุคคล
ฟันปลอมแบบไหน เหมาะกับใคร และควรเลือกอย่างไร
การเลือกฟันปลอม ควรเริ่มจากการประเมินจำนวน และตำแหน่งของฟันที่สูญเสีย ไม่ควรตัดสินใจ จากภาพตัวอย่าง หรือราคา เพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้ที่สูญเสียฟัน จำนวนเท่ากัน อาจมีสภาพเหงือก กระดูก และฟันซี่ที่เหลือ แตกต่างกัน
สูญเสียฟัน เพียงหนึ่งซี่
กรณี สูญเสียฟันหนึ่งซี่ ตัวเลือก ที่มักนำมาพิจารณา คือสะพานฟัน และฟันบนรากฟันเทียม
สะพานฟัน เหมาะกับบางกรณี ที่ฟันข้างเคียง สามารถใช้เป็นหลักยึดได้ โดยเฉพาะ เมื่อฟันข้างเคียง มีวัสดุบูรณะขนาดใหญ่ หรือจำเป็น ต้องทำครอบฟันอยู่แล้ว ส่วนรากฟันเทียม อาจเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการ ใช้ฟันข้างเคียง เป็นหลักยึด และมีปริมาณกระดูก เพียงพอ
หากยังไม่พร้อม ทำฟันแบบติดแน่น อาจพิจารณาฟันปลอมถอดได้ บางส่วน เป็นทางเลือกชั่วคราว หรือระยะยาว ตามความเหมาะสม
สูญเสียฟันหลายซี่ แต่ยังมีฟันธรรมชาติ เหลืออยู่
กรณีนี้ มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย ได้แก่ ฟันปลอมถอดได้บางส่วน สะพานฟัน ฟันบนรากฟันเทียม หรือการผสมผสาน หลายวิธี เข้าด้วยกัน
ปัจจัยสำคัญ ที่ต้องตรวจประกอบกัน มีดังนี้
- ฟันที่เหลือ แข็งแรงพอ จะใช้เป็นหลักยึด หรือไม่
- ช่องว่างของฟัน อยู่ติดกัน หรือกระจาย หลายตำแหน่ง
- มีโรคเหงือก หรือฟันโยก หรือไม่
- ปริมาณกระดูก บริเวณที่สูญเสียฟัน เพียงพอ หรือไม่
- ต้องการฟัน แบบถอดได้ หรือติดแน่น
- สามารถดูแล ทำความสะอาด บริเวณที่ซับซ้อน ได้เพียงใด
ผู้ที่สูญเสียฟัน หลายตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีเดียวกัน ทั้งปาก เสมอไป แต่ละตำแหน่ง อาจใช้วิธีทดแทนฟันแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน
สูญเสียฟัน ทั้งหมด
เมื่อไม่มีฟันธรรมชาติ เหลืออยู่ สามารถพิจารณา ฟันปลอมถอดได้ ทั้งปาก ฟันปลอมถอดได้ ที่มีรากเทียม ช่วยยึด หรือฟันติดแน่น ทั้งขากรรไกร บนรากฟันเทียม
ฟันปลอม ทั้งปาก แบบทั่วไป เหมาะกับผู้ที่ต้องการทดแทนฟัน โดยไม่ผ่านขั้นตอนการติดตั้ง รากฟันเทียม ส่วนฟันปลอม ที่มีรากเทียม ช่วยยึด เหมาะกับผู้ที่ต้องการ เพิ่มความกระชับ โดยเฉพาะ เมื่อฟันปลอม ขยับขณะพูด หรือบดเคี้ยว
สำหรับผู้ที่ต้องการฟันติดแน่น ทั้งขากรรไกร ต้องประเมินรายละเอียดมากขึ้น ทั้งปริมาณกระดูก ตำแหน่งเส้นประสาท รูปแบบการสบฟัน และสุขภาพโดยรวม
ผู้สูงอายุ
อายุ ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ที่ใช้ตัดสินว่า ควรเลือกฟันปลอมแบบใด สิ่งที่ควรพิจารณา คือสุขภาพโดยรวม ความแข็งแรงของมือ ความสามารถในการ ถอดใส่ ฟันปลอม และความสะดวก ในการทำความสะอาด
สำหรับผู้สูงอายุ ที่มีข้อจำกัด ด้านการเคลื่อนไหว ฟันปลอม ที่มีส่วนประกอบซับซ้อน หรือทำความสะอาดยาก อาจไม่เหมาะ แม้จะให้ความมั่นคงสูง ก็ตาม การเลือกจึงต้องสมดุล ระหว่างความแข็งแรง ความสะดวก และความสามารถ ในการดูแล ระยะยาว
ผู้ที่ไม่ต้องการ กรอฟันข้างเคียง
รากฟันเทียม เป็นหนึ่งในทางเลือก ที่ช่วยทดแทนฟัน โดยไม่จำเป็นต้องกรอฟันข้างเคียง เพื่อใช้เป็นหลักยึด อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจว่า กระดูกบริเวณนั้น เหมาะสำหรับการติดตั้งรากฟันเทียม หรือไม่
หากกระดูก มีปริมาณไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาการเสริมกระดูก หรือเลือกวิธีทดแทนฟันประเภทอื่น ที่เหมาะสมกว่า
ราคาฟันปลอม แต่ละแบบ ขึ้นอยู่กับอะไร
ราคาฟันปลอม ไม่สามารถพิจารณาจาก จำนวนฟัน ที่สูญเสีย เพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากฟันปลอม ที่ใช้ทดแทน จำนวนซี่เท่ากัน อาจมีวัสดุ โครงสร้าง และขั้นตอนการรักษา แตกต่างกัน
ปัจจัยหลัก ที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย
1. ประเภทของฟันปลอม
- ฟันปลอมถอดได้ สะพานฟัน และฟันบนรากฟันเทียม มีขั้นตอน และวัสดุไม่เหมือนกัน จึงมีระดับค่าใช้จ่าย ต่างกัน
2. จำนวนฟัน ที่ต้องทดแทน
- การทดแทนฟันหนึ่งซี่ หลายซี่ หรือทั้งขากรรไกร ต้องใช้การออกแบบ และจำนวนชิ้นงานแตกต่างกัน
3. วัสดุที่เลือกใช้
- ฐานอะคริลิก ฐานโลหะ วัสดุยืดหยุ่น เซรามิก และวัสดุ สำหรับครอบฟัน แต่ละชนิด มีคุณสมบัติ และต้นทุนไม่เท่ากัน
4. สภาพช่องปาก ก่อนเริ่มรักษา
- หากมีฟันผุ โรคเหงือก ฟันโยก หรือฟันที่ต้องถอน อาจต้องรักษา ปัญหาเหล่านี้ ก่อนเริ่ม ทำฟันปลอม
5. การใช้รากฟันเทียม ร่วมด้วย
- จำนวนรากฟันเทียม ตำแหน่งที่ติดตั้ง และความจำเป็น ในการเสริมกระดูก มีผลต่อค่าใช้จ่าย โดยรวม
6. ความซับซ้อน ของการสบฟัน
- ผู้ที่สูญเสียฟัน เป็นเวลานาน หรือมีการสบฟันผิดปกติ อาจต้องวางแผนรายละเอียด มากกว่ากรณีทั่วไป
โดยภาพรวม ฟันปลอมถอดได้ มักมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ต่ำกว่าฟันแบบติดแน่น ส่วนฟันบนรากฟันเทียม มักมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ตามจำนวนรากเทียม วัสดุ และขั้นตอนที่จำเป็น
การตรวจช่องปากก่อน จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้ประเมินได้ว่า ต้องเตรียมช่องปาก เพิ่มเติม หรือไม่ และสามารถวางแผนค่าใช้จ่าย ได้ใกล้เคียงกับการรักษาจริงมากขึ้น
ขั้นตอนการทำฟันปลอม โดยทั่วไป
ขั้นตอนการทำฟันปลอม จะแตกต่างกัน ตามประเภทที่เลือก ฟันปลอมถอดได้ อาจใช้ขั้นตอนน้อยกว่า ฟันบนรากฟันเทียม แต่ทุกประเภท ต้องเริ่มจากการตรวจ และวางแผน ให้เหมาะกับสภาพช่องปาก
ขั้นตอนทั่วไป ประกอบด้วย
- ตรวจช่องปาก และซักประวัติสุขภาพ
- ตรวจฟันที่เหลือ เหงือก การสบฟัน และบริเวณที่สูญเสียฟัน พร้อมสอบถามโรคประจำตัว และยา ที่ใช้อยู่
2. ถ่ายภาพรังสี ตามความจำเป็น
- ใช้ประเมินรากฟัน กระดูกขากรรไกร ฟันที่อยู่ใต้เหงือก หรือวางแผนติดตั้งรากฟันเทียม
3. เปรียบเทียบทางเลือก ในการรักษา
- พิจารณาข้อดี ข้อจำกัด ระยะเวลา การดูแล และค่าใช้จ่ายของฟันปลอม แต่ละแบบ
4. เตรียมสภาพช่องปาก
- อาจต้องขูดหินปูน รักษาเหงือก อุดฟัน ถอนฟัน หรือรักษาฟัน ซี่ที่จะใช้เป็นหลักยึดก่อน
5. พิมพ์ปาก หรือสแกนช่องปาก
- เก็บรายละเอียดรูปร่างฟัน เหงือก และความสัมพันธ์ของขากรรไกร เพื่อใช้ผลิตชิ้นงาน
6. บันทึกการสบฟัน และเลือกรูปแบบฟัน
- พิจารณาขนาด รูปร่าง สี และตำแหน่งของฟัน ให้สัมพันธ์กับใบหน้า และการใช้งาน
7. ทดลอง และปรับแต่งชิ้นงาน
- ตรวจความพอดี การออกเสียง การสบฟัน และรูปลักษณ์ ก่อนผลิตชิ้นงาน ขั้นสุดท้าย
8. ใส่ฟันปลอม และแนะนำการใช้งาน
- ตรวจจุดกดเจ็บ ความกระชับ และสอนวิธีใส่ ถอด หรือทำความสะอาด อย่างถูกต้อง
9. นัดติดตามผล
- หลังเริ่มใช้งาน อาจพบจุดกด หรือรู้สึกไม่ถนัด จำเป็นต้องกลับมาปรับแต่ง เพื่อให้ใช้งานได้สบายขึ้น
สำหรับการทำฟัน บนรากฟันเทียม จะมีขั้นตอนการติดตั้งรากเทียม และช่วงเวลา รอให้รากเทียม ยึดกับกระดูก เพิ่มเข้ามา ระยะเวลา จึงขึ้นอยู่กับสภาพกระดูก และแผนการรักษา ของแต่ละบุคคล
วิธีดูแลฟันปลอม ให้สะอาด และใช้งานได้นาน
ไม่ว่าฟันปลอม จะเป็นแบบถอดได้ หรือติดแน่น การทำความสะอาด อย่างเหมาะสม มีผลต่อ ทั้งอายุการใช้งานของชิ้นงาน สุขภาพเหงือก และความแข็งแรงของฟันธรรมชาติ ที่เหลืออยู่
การดูแลฟันปลอม แบบถอดได้
หลังรับประทานอาหาร ควรถอดฟันปลอม ออกมาล้างเศษอาหาร และทำความสะอาดทุกวัน ด้วยแปรงที่มีขนนุ่ม ไม่ควรใช้แรงมากเกินไป เพราะอาจทำให้พื้นผิวฟันปลอม เป็นรอย หรือส่วนประกอบบางตำแหน่ง เสียรูปได้
สิ่งที่ควรระวัง เป็นพิเศษ ได้แก่
- ไม่ใช้น้ำร้อนล้าง หรือแช่ฟันปลอม เพราะความร้อน อาจทำให้ฐานเสียรูป
- ไม่ใช้ยาสีฟัน ที่มีผงขัดหยาบ กับฟันปลอม โดยไม่ตรวจสอบความเหมาะสม
- รองน้ำ หรือใช้ผ้ารอง บริเวณอ่างล้างหน้า ป้องกันฟันปลอม ตกกระแทก
- ทำความสะอาดเหงือก ลิ้น และฟันธรรมชาติ ที่เหลืออยู่ ทุกวัน
- เก็บฟันปลอม ให้เหมาะสม เมื่อไม่ได้ใส่
- ไม่ดัดตะขอ หรือซ่อมส่วนที่แตก ด้วยตนเอง
ฟันปลอม ถอดได้ บางส่วน ต้องทำความสะอาด บริเวณที่สัมผัสกับฟันธรรมชาติ อย่างละเอียด เพราะคราบอาหาร สามารถสะสมรอบตะขอ และเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุ หรือเหงือกอักเสบได้
หากฟันปลอม เริ่มหลวม ไม่ควรใช้กาว หรือปรับฐาน ด้วยตนเอง เป็นเวลานาน เพราะเหงือก และกระดูกขากรรไกร อาจเปลี่ยนรูปร่าง หลังใช้งานไปหลายปี ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อพิจารณาปรับฐาน หรือทำชิ้นงานใหม่
การดูแลฟันปลอม แบบติดแน่น
ฟันติดแน่น ต้องแปรงทำความสะอาด เช่นเดียวกับฟันธรรมชาติ แต่บางตำแหน่ง ต้องใช้อุปกรณ์เสริม เพื่อเข้าถึงบริเวณใต้ชิ้นงาน และรอบขอบเหงือก
สำหรับสะพานฟัน ควรใช้ไหมขัดฟัน ชนิดที่สามารถ สอดเข้าใต้ฟันทดแทน หรือใช้แปรงซอกฟัน ตามขนาด ที่เหมาะสม ไม่ควรทำความสะอาด เฉพาะด้านบนของสะพานฟัน เพราะบริเวณใต้ฟัน เป็นตำแหน่ง ที่เศษอาหาร สะสมได้ง่าย
สำหรับฟันบนรากฟันเทียม ต้องดูแลบริเวณรอยต่อ ระหว่างครอบฟันกับเหงือก เป็นพิเศษ แม้ว่ารากฟันเทียม จะไม่เกิดฟันผุ เหมือนฟันธรรมชาติ แต่เนื้อเยื่อรอบรากเทียม ยังสามารถเกิดการอักเสบ และสูญเสียกระดูกได้ หากมีคราบจุลินทรีย์ สะสมต่อเนื่อง
การดูแลพื้นฐาน ที่ควรทำ เป็นประจำ คือ
- แปรงฟันอย่างน้อย วันละ 2 ครั้ง
- ทำความสะอาดซอกฟัน และใต้ชิ้นงานทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการใช้ฟันกัดของแข็ง เช่น น้ำแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์
- ตรวจสุขภาพช่องปาก และทำความสะอาด ตามระยะ
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ฟันโยก เจ็บ เหงือกบวม หรือมีกลิ่นผิดปกติ
หากมีอาการกดเจ็บ แผลเรื้อรัง ฟันปลอมแตก ฟันปลอมหลวม หรือชิ้นงานขยับ ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อ หรือฟันที่ใช้เป็นหลักยึด ได้รับความเสียหาย มากขึ้น
สรุป ฟันปลอมแบบไหน เหมาะกับคุณ
เมื่อถามว่า ฟันปลอมมีกี่แบบ คำตอบคือ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ฟันปลอม แบบถอดได้ และฟันปลอม แบบติดแน่น โดยแต่ละกลุ่ม ยังมีทางเลือกย่อย ที่เหมาะกับจำนวนฟันที่สูญเสีย และสภาพช่องปาก แตกต่างกัน
ฟันปลอม แบบถอดได้ มีข้อดีด้านการถอดทำความสะอาด และมีตัวเลือกค่าใช้จ่าย หลายระดับ แต่ต้องใช้เวลา ในการปรับตัว และอาจเคลื่อน ขณะใช้งาน ส่วนฟันปลอม แบบติดแน่น ให้ความมั่นคง และความรู้สึก ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากกว่า ในหลายกรณี แต่ต้องพิจารณาความแข็งแรง ของฟันข้างเคียง หรือความพร้อมของกระดูก สำหรับรากฟันเทียม
ก่อนเลือกจึงควรพิจารณา ร่วมกันหลายด้าน ได้แก่
- จำนวน และตำแหน่งของฟัน ที่สูญเสีย
- ความแข็งแรง ของฟันธรรมชาติ ที่เหลืออยู่
- สภาพเหงือก และกระดูกขากรรไกร
- ความสะดวก ในการถอดใส่ และทำความสะอาด
- ความต้องการ ด้านการบดเคี้ยว และความสวยงาม
- ระยะเวลา และงบประมาณ ที่เตรียมไว้
ผู้ที่สูญเสียฟัน หรือยังไม่แน่ใจว่า ควรเลือกฟันปลอมประเภทใด สามารถเข้ารับการตรวจช่องปากที่ Big Care Dental Clinic เพื่อประเมินสภาพฟัน เหงือก และกระดูกขากรรไกร พร้อมเปรียบเทียบทางเลือก ที่เหมาะสม ก่อนวางแผนการรักษา

